นโยบายการกำกับดูแลกิจการ

You are here: นโยบายการกำกับดูแลกิจการ > การกำกับดูแลกิจการที่ดี > นักลงทุนสัมพันธ์
40 Years Amata
Amata Banner

คณะกรรมการบริษัทมีเจตนารมณ์ให้บริษัทอมตะคอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) เป็นองค์กรที่มีประสิทธภาพในการดำเนินธุรกิจมีการกำกับดูแลกิจการที่ดี สร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้น และคำนึงถึงผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียโดยรวม มีคุณธรรมในการดำเนินธุรกิจ มีความโปร่งใส และตรวจสอบได้ จึงได้กำหนดเป็นนโยบายด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อให้คณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงานยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน ดังนี้

  1. คณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนมุ่งมั่นที่จะนำเอาหลักสำคัญ ในการกำกับดูแลกิจการที่ดีของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี OECD ทั้ง 5 ประการมาปฏิบัติ คือ
    1. สิทธิของผู้ถือหุ้น
    2. การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน
    3. บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย
    4. การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส
    5. ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ
  2. คณะกรรมการบริษัทจะกำกับดูแลกิจการให้เป็นไปเพื่อประโยชน์ที่ดีที่สุดแก่ผู้ถือหุ้น( Fiduciary Duty) โดยยึดถือแนวปฏิบัติ 4 ประการ
    1. ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบระมัดระวัง (Duty of Care)
    2. ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต (Duty of Loyalt
    3. ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับและมติประชุมผู้ถือหุ้น (Duty of  Obedience)
    4. เปิดเผยข้อมูลต่อผู้ถือหุ้นอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และโปร่งใส (Duty of Disclosure)
  3. กรรมการบริษัทผู้บริหารและพนักงานทุกคนมุ่งมั่นที่จะนำแนวปฏิบัติที่ดีของหลักการกำกับดูแลกิจการของบริษัท จริยธรรมในการดำเนินธุรกิจและจรรยาบรรณกรรมการ ผู้บริหารและพนักงาน มาเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน
  4. คณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน จะยึดมั่นในความเป็นธรรมโดยปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน พร้อมทั้งดูแลสอดส่อง ควบคุม และป้องกันการตัดสินใจหรือการกระทำใดๆ ที่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์
  5. กรรมการบริษัทผู้บริหารและพนักงานทุกคนต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบระมัดระวังซื่อสัตย์ สุจริตโดยปฏิบัติตามกฎหมายข้อบังคับบริษัทและประกาศที่เกี่ยวข้อง
  6. คณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน จะยึดมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ด้วย ความซื่อสัตย์สุจริต ยุติธรรม โปร่งใสตรวจสอบได้
  7. คณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน ตระหนักและเคารพในสิทธิแห่งความเป็นเจ้าของของผู้ถือหุ้นปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกันโดยจัดให้มีการเปิดเผยสารสนเทศ ทั้งในเรื่องการเงิน และเรื่องที่มิใช่ เรื่องการเงินอย่างเพียงพอ เชื่อถือได้ ทันเวลา โปร่งใส เพื่อให้ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท ได้รับสารสนเทศอย่างเพียงพอและเท่าเทียมกัน
  8. คณะกรรมการบริษัทกำหนดให้มีช่องทางที่จะสามารถสื่อสารกับผู้ถือหุ้น นักลงทุน หน่วยงานกำกับดูแล รวมถึงการให้ข้อมูลสารสนเทศทั่วไปแก่ผู้สนใจและผู้มีส่วนได้เสีย
  9. คณะกรรมการบริษัทจัดให้มีการดำเนินการให้โครงสร้างการจัดการของบริษัทมีการกำหนดอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการแต่ละคณะและผู้บริหารอย่างชัดเจน
  10. คณะกรรมการบริษัทดำเนินการให้มีระบบการควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมรวมถึงการมีระบบบัญชีและรายงานทางการเงินที่มีความถูกต้องเชื่อถือได้
  11. คณะกรรมการบริษัทมีนโยบายในเรื่องต่อต้านการทุจริตการคอร์รัปชั่นไม่ล่วงละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเคารพต่อกฎหมายและสิทธิมนุษยชน
1. สิทธิของผู้ถือหุ้น (The Rights of Shareholders)
  1. การประชุมผู้ถือหุ้น

    คณะกรรมการให้ความสำคัญ และเคารพในสิทธิของผู้ถือหุ้น และปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน ผู้ถือหุ้นทุกรายทั้งในฐานะของนักลงทุนในหลักทรัพย์ ทั้งในฐานะนักลงทุนรายย่อย และนักลงทุนสถาบัน และในฐานะเจ้าของบริษัทพึงได้รับ:

    1. สิทธิขั้นพื้นฐาน
      • สิทธิในการซื้อ ขาย โอนหุ้น และสิทธิในการรับใบหุ้น
      • สิทธิในการที่ได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างถูกต้องเพียงพอทันเวลา ในรูปแบบที่เหมาะสมในการตัดสินใจ
      • สิทธิในการรับส่วนแบ่งผลกำไรของกิจการ
      • สิทธิในการเข้าร่วมประชุมและลงคะแนนในที่ประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อร่วมตัดสินใจในการเปลี่ยนแปลง นโยบายที่สำคัญของบริษัท
      • สิทธิในการเลือกตั้งและถอดถอนกรรมการ รวมทั้งการกำหนดค่าตอบแทนคณะกรรมการ
      • สิทธิในการให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งผู้สอบบัญชี และกำหนดค่าตอบแทนผู้สอบบัญชี
      • สิทธิในการได้รับสิทธิ์ในการซื้อหุ้นตามส่วนจำนวนหุ้นที่มีอยู่ก่อน
    2. การประชุมสามัญประจำปี
      คณะกรรมการกำหนดให้มีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นปีละครั้งภายในเวลาไม่เกิน 4 เดือนนับแต่วันสิ้นสุดรอบปีบัญชีของบริษัท และหากมีความจำเป็นเร่งด่วนต้องเสนอวาระเป็นกรณีพิเศษซึ่งเป็นเรื่องที่กระทบหรือเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น หรือเกี่ยวกับเงื่อนไขหรือกฎเกณฑ์กฎหมายที่ใช้บังคับที่ต้องได้รับการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นแล้ว
    3. การเผยแพร่ข้อมูลประกอบวาระการประชุมผู้ถือหุ้น
      เผยแพร่ข้อมูลประกอบวาระการประชุมผู้ถือหุ้นล่วงหน้าประมาณ 1 เดือนก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้นในเว็บไซต์ของบริษัท (www.amata.com) นอกจากนี้ ยังได้ชี้แจงสิทธิของผู้ถือหุ้นในการเข้าประชุมและสิทธิออกเสียงลงมติของผู้ถือหุ้นไว้ด้วย
    4. การประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น บริษัทจะเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเป็นกรณีไปหรือเมื่อผู้ถือหุ้นมีหุ้นนับรวมกันได้ไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมด หรือผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 25 คนซึ่งมีหุ้นนับรวมกันได้ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมดจะเข้าชื่อกันทำหนังสือขอให้คณะกรรมการเรียกประชุมผู้ถือหุ้นเป็นการประชุมวิสามัญเมื่อใดก็ได้โดยต้องระบุเหตุผลในการขอเรียกประชุมให้ชัดเจนในหนังสือดังกล่าวด้วย ในกรณีเช่นนี้คณะกรรมการต้องจัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ได้รับหนังสือจากผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ผู้ถือหุ้นของบริษัททุกคน มีสิทธิออกเสียงตามจำนวนหุ้นที่ถืออยู่โดยหุ้นแต่ละหุ้นมีสิทธิออกเสียงหนึ่งเสียงและไม่มีหุ้นใดมีสิทธิพิเศษที่เป็นการจำกัดสิทธิของผู้ถือหุ้นรายอื่น
    5. การอำนวยความสะดวกในการใช้สิทธิแก่ผู้ถือหุ้นและนักลงทุนสถาบัน
      คณะกรรมการสามารถอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ถือหุ้นและนักลงทุนสถาบันสามารถใช้สิทธิโดยสะดวก เช่นจัดสถานที่ประชุมผู้ถือหุ้นที่สะดวกต่อการเดินทาง พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นและนักลงทุนสถาบัน ส่งคําถามที่เกี่ยวข้องกับวาระการประชุมผู้ถือหุ้นถึงคณะกรรมการล่วงหน้าก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 10 วัน โดยผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท หรือทางอีเมล์ของเลขานุการบริษัท cs@amata.com หรือโทรสารหมายเลข 0-2318-1096 โดยแจ้งผ่านระบบข่าวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยพร้อมกับการแจ้งเผยแพร่ข้อมูลหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นประจําปี
    6. การมอบฉันทะ
      ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นที่ไม่สามารถมาเข้าร่วมประชุมด้วยตัวเองได้ คณะกรรมการจัดเตรียมหนังสือการมอบฉันทะที่มีรูปแบบที่ง่ายต่อการกรอกข้อมูลที่ผู้ถือหุ้นสามารถเลือกกรรมการด้วยตนเองหรือใช้ทางเลือกโดยการเสนอชื่อกรรมการอิสระหรือบุคคล อื่นในการมอบฉันทะของผู้ถือหุ้น โดยให้ใช้หนังสือมอบฉันทะแบบหนึ่งแบบใดที่บริษัทได้จัดส่งไปพร้อมกับหนังสือนัดประชุม นอกจากนี้ผู้ถือหุ้นสามารถ Download หนังสือมอบฉันทะผ่านทางหน้าเว็บไซต์ของบริษัทได้อีกทางหนึ่งด้วยสำหรับผู้ถือหุ้นที่เป็นนักลงทุนสถาบันหรือผู้ถือหุ้นที่เป็นผู้ลงทุนต่างประเทศและแต่งตั้งให้ คัสโตเดียน (Custodian) ในประเทศไทย เป็นผู้รับฝากและดูแลหุ้นบริษัทได้ประสานงานเรื่องเอกสารและหลักฐานที่จะต้องแสดงก่อนเข้าร่วมประชุมเป็นการล่วงหน้า เพื่อให้การลงทะเบียนในวันประชุมเป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น
  2. การดำเนินการในวันประชุมผู้ถือหุ้น
    1. คณะกรรมการส่งเสริมให้บริษัทนำเทคโนโลยีมาใช้กับการประชุมผู้ถือหุ้นทั้งการลงทะเบียนผู้ถือหุ้นการนับคะแนนและแสดงผล เพื่อให้การดำเนินการประชุมสามารถกระทำได้รวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ พร้อมทั้งยังใช้การลงคะแนนเสียงโดยวิธีชูมือเพื่อความแม่นยำถูกต้องมากยิ่งขึ้น
    2. บริษัทสนับสนุนให้กรรมการทุกคนเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นโดยผู้ถือหุ้นสามารถซักถามประธานคณะกรรมการชุดย่อยต่างๆในเรื่องที่เกี่ยวข้องได้
    3. ในการประชุมผู้ถือหุ้นจะจัดให้มีการลงมติเป็นแต่ละรายการ ในกรณีที่วาระนั้นมีหลายรายการ เช่น วาระการแต่งตั้งกรรมการและค่าตอบแทนออกเป็นแต่ละวาระ
    4. คณะกรรมการส่งเสริมให้มีบุคคลที่เป็นอิสระเป็นผู้ตรวจนับ หรือตรวจสอบคะแนนเสียงในการประชุมสามัญและวิสามัญผู้ถือหุ้น และเปิดเผยให้ที่ประชุมทราบพร้อมบันทึกไว้ในรายงานการประชุม
    5. คณะกรรมการสนับสนุนให้มีการใช้บัตรลงคะแนนเสียงในวาระที่สำคัญ เช่น การทำรายการเกี่ยวโยง การทำรายการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ เป็นต้น เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ในกรณีมีข้อโต้แย้งในภายหลัง
    6. ประธานในที่ประชุมจะจัดสรรเวลาให้เหมาะสม และส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นมีโอกาสในการแสดงความเห็น และตั้งคำถามต่อที่ประชุมในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบริษัทได้
    7. บริษัทได้จัดทำวีดิทัศน์ บันทึกภาพการประชุมผู้ถือหุ้นตลอดระยะเวลาการประชุม เพื่อให้ผู้ถือหุ้นที่มีข้อสงสัยสามารถติดตามเหตุการณ์ในระหว่างการประชุมผู้ถือหุ้นได้
  3. การจัดทำรายงานการประชุม และการเปิดเผยมติการประชุมผู้ถือหุ้น
    1. รายงานการประชุมผู้ถือหุ้นจะบันทึกการชี้แจงขั้นตอนการลงคะแนน และวิธีการแสดงผลคะแนนให้ที่ประชุมทราบก่อนดำเนินการประชุม รวมทั้งการเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นตั้งประเด็นหรือซักถาม นอกจากนี้จะบันทึกคำถามคำตอบและผลการลงคะแนนในแต่ละวาระว่ามีผู้ถือหุ้นเห็นด้วย คัดค้านและงดออกเสียงเป็นอย่างไร รวมถึงบันทึกรายชื่อกรรมการผู้เข้าร่วมประชุมและกรรมการที่ลาประชุมด้วย
    2. เพื่อความสะดวกของผู้ถือหุ้นอมตะได้จัดให้มีการลงทะเบียนโดยใช้ระบบบาร์โค้ดที่แสดงถึงเลขทะเบียนของผู้ถือหุ้นแต่ละรายที่อมตะได้จัดพิมพ์ไว้บนหนังสือมอบฉันทะเพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้รับความสะดวกสบายในการประชุมและทำให้ขั้นตอนการลงทะเบียนเป็นไปอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ในการใช้สิทธิออกเสียงแต่ละวาระอมตะได้ใช้วิธีเก็บบัตรลงคะแนนของผู้ถือหุ้นทุกใบเพื่อนำมาคำนวณผลการลงคะแนนเสียงในแต่ละวาระและยืนยันการลงคะแนนทั้งเห็นด้วยไม่เห็นด้วย และงดออกเสียงโดยเมื่อจบการประชุมผู้ถือหุ้นสามารถขอตรวจสอบความถูกต้องได้
    3. บริษัทเปิดเผยให้สาธารณชนทราบถึงผลการลงคะแนนของแต่ละวาระ ในการประชุมสามัญและวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันทำการถัดไปบนเว็บไซต์ของบริษัท(www.amata.com)
    4. บริษัทมีการจัดทำรายงานการประชุมภายใน 14 วันนับแต่วันประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ซึ่งได้ส่งให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและกระทรวงพาณิชย์ภายในระยะเวลา
2. การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน

การสร้างความเท่าเทียมกันให้เกิดขึ้นกับผู้ถือหุ้นทุกรายทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้ถือหุ้นส่วนน้อย ผู้ถือหุ้นที่เป็นผู้บริหาร นักลงทุนสถาบัน หรือผู้ถือหุ้นต่างชาติ เป็นเรื่องที่อมตะคำนึงถึงและพยายามสร้างเครื่องมือที่ช่วยให้เกิดความเท่าเทียมกันอย่างแท้จริงโดยเฉพาะกับผู้ถือหุ้นส่วนน้อย เช่น

  1. การกำหนดให้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมเป็นไปตามจำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นถืออยู่โดยหนึ่งหุ้นมีสิทธิเท่ากับหนึ่งเสียง
  2. สำหรับการประชุมผู้ถือหุ้นนั้นบริษัทได้จัดทำหนังสือมอบฉันทะรูปแบบที่ผู้ถือหุ้นกำหนดทิศทางการลงคะแนนได้ตามแบบที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดและได้จัดส่งไปพร้อมกับหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้นโดยสามารถมอบฉันทะให้กับกรรมการอิสระของบริษัทได้ด้วยซึ่งจะระบุรายชื่อกรรมการดังกล่าวไว้ในหนังสือเชิญประชุมนอกจากนี้บริษัทยังได้ให้สิทธิแก่ผู้ถือหุ้นที่เข้าประชุมภายหลังจากได้เริ่มประชุมแล้วมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนสำหรับวาระที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาและยังไม่ได้มีการลงมติโดยนับเป็นองค์ประชุมตั้งแต่วาระที่ได้เข้าประชุมและออกเสียงเป็นต้นไปเว้นแต่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นจะมีความเห็นเป็นอย่างอื่น
  3. บริษัทมีนโยบายที่จะไม่เพิ่มระเบียบวาระในที่ประชุมโดยผู้ถือหุ้นที่เป็นผู้บริหารไม่ได้แจ้งให้ผู้ถือหุ้นอื่นทราบล่วงหน้าเพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้มีโอกาสศึกษาข้อมูลของระเบียบวาระการประชุมก่อนลงมติ
  4. ในวาระการเลือกตั้งกรรมการบริษัทได้ใช้วิธีเลือกกรรมการเป็นรายบุคคล
  5. บริษัทจะเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นที่มีสัดส่วนการถือหุ้นขั้นต่ำไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.05 ของหุ้นบริษัทที่ชำระแล้วทั้งหมดต่อเนื่องมาไม่น้อยกว่า 12 เดือนสามารถเสนอระเบียบวาระการประชุมในการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี รวมทั้งเสนอชื่อผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้าเป็นกรรมการโดยให้ระยะเวลา 3 เดือน นับตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไปจนถึงเดือนธันวาคมของปีนั้นๆ ซึ่งได้ประกาศให้ทราบ โดยผ่านช่องทางของตลท.และบนเว็บไซต์ของบริษัท ที่แสดงถึงขั้นตอนและวิธีปฏิบัติที่ชัดเจนและโปร่งใส
  6. คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดมาตรการป้องกันการใช้ข้อมูลภายในโดยมิชอบ (Insider Trading)ของบุคคลที่เกี่ยวข้องซึ่งหมายถึงคณะกรรมการผู้บริหารระดับสูงของบริษัท และพนักงานในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูล (รวมทั้งคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลดังกล่าว) ดังนี้
    1. ห้ามบุคคลที่เกี่ยวข้องทำการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทภายใน 2 สัปดาห์ก่อนมีการเปิดเผยงบการเงินรายไตรมาสและงบการเงินประจำปีและภายใน 24 ชั่วโมง หลังการเปิดเผยงบการเงินดังกล่าว (Blackout Period)
    2. ในกรณีที่ทราบข้อมูลใดๆที่ยังไม่เปิดเผยซึ่งอาจมีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ของบริษัท ต้องไม่ทำการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทจนกว่าจะพ้นระยะเวลา 24 ชั่วโมง นับแต่ได้มีการเปิดเผยข้อมูลนั้นสู่สาธารณะทั้งหมดแล้ว รวมทั้งห้ามมิให้ผู้บริหารหรือหน่วยงานที่ได้รับทราบข้อมูลภายในเปิดเผยข้อมูลภายในแก่บุคคลภายนอกหรือบุคคลที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้นำข้อมูลภายในไปใช้ในทางมิชอบ
    3. ในกรณีที่กรรมการบริษัทและผู้บริหาร ซึ่งหมายรวมถึงคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงจำนวนหุ้นที่ถืออยู่จะต้องแจ้งรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ตามมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์พ.ศ. 2533 ภายใน 3 วันทำการนับจากวันที่ซื้อ ขาย โอนหรือรับโอน
    4. บริษัทกำหนดให้กรรมการและผู้บริหารรายงานการถือครองหลักทรัพย์ของบริษัทในการประชุมคณะกรรมการบริษัททุกครั้ง
    5. บริษัทกำหนดให้กรรมการและผู้บริหารระดับสูงแจ้งการซื้อขายการหลักทรัพย์ของบริษัทต่อคณะกรรมการบริษัทอย่างน้อย 1 วันล่วงหน้า
  7. บริษัทได้ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องการจัดการเกี่ยวกับความขัดแย้งทางผลประโยชน์ของผู้เกี่ยวข้องซึ่งหมายถึง คณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงาน อย่างรอบคอบเป็นธรรมและโปร่งใสโดยคณะกรรมการบริษัทได้กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติต่างๆ ในเรื่องความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ดังนี้
    1. กำหนดให้กรรมการและผู้บริหารระดับสูงต้องรายงานการมีส่วนได้เสียของตนเองและบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องซึ่งเป็นส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการกิจการของบริษัทหรือบริษัทย่อย เมื่อเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการหรือผู้บริหารระดับสูงเป็นครั้งแรก และรายงานทุกครั้งเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลการมีส่วนได้เสีย รวมถึงรายงานเป็นประจำทุกสิ้นปี ทั้งนี้เลขานุการบริษัทจะต้องจัดส่งสำเนารายงานการมีส่วนได้เสียดังกล่าวให้แก่ ประธานกรรมการและประธานกรรมการตรวจสอบทราบภายใน 7 วันทำการนับแต่วันที่บริษัทได้รับรายงาน เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และเพื่อใช้ข้อมูลดังกล่าวในการตรวจสอบและป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์
    2. มีการเปิดเผยโครงสร้างการถือหุ้นในบริษัทย่อย บริษัทร่วม กิจการที่มีอำนาจควบคุมร่วมกัน และบริษัทอื่นอย่างชัดเจน รวมทั้งผู้ถือหุ้นที่มีอำนาจ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นมั่นใจว่าบริษัทมีโครงสร้างการถือหุ้นที่ชัดเจน โปร่งใส ไม่มีการถือหุ้นไขว้กับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ จึงไม่ทำให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์แก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
    3. ในการประชุมคณะกรรมการบริษัท หากกรรมการบริษัทคนหนึ่งคนใดมีส่วนได้เสียกับผลประโยชน์ในเรื่องที่กำลังมีการพิจารณา กรรมการที่มีส่วนได้เสียจะต้องไม่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจในเรื่องนั้น โดยอาจไม่เข้าร่วมประชุม หรืองดออกเสียงเพื่อให้การตัดสินใจของคณะกรรมการบริษัทเป็นไปอย่างยุติธรรม เพื่อประโยชน์ของผู้ถือหุ้นอย่างแท้จริง
3. บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย (The Role of Stakeholders)

คณะกรรมการตระหนักถึงสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียต่างๆ ได้แก่ พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า เจ้าหนี้สิ่งแวดล้อม สังคมและชุมชนที่บริษัทตั้งอยู่ หรือภาครัฐ และจะดูแลให้มั่นใจว่า สิทธิดังกล่าว ทั้งที่กำหนดเป็นกฎหมายหรือโดยการตกลงร่วมกันจะได้รับการคุ้มครอง และถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดตลอดจนจะชดเชยอย่างเหมาะสม หากผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียดังกล่าวถูกละเมิด ทั้งนี้คณะกรรมการได้กำหนดแนวปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียต่างๆ ไว้เป็นส่วนหนึ่งในจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจอมตะได้ให้ความสำคัญในการดูแลและคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ดังนี้

  1. ผู้ถือหุ้น อมตะมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นตัวแทนที่ดีของผู้ถือหุ้นในการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสโดยคำนึงถึงการเจริญเติบโตของมูลค่าบริษัทในระยะยาวมีผลตอบแทนที่ดี และให้ข้อมูลข่าวสารแก่ทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน
  2. พนักงาน อมตะถือว่าพนักงานเป็นปัจจัยที่สำคัญในการสร้างความสำเร็จให้แก่บริษัทโดยมีนโยบายในการฝึกอบรมพัฒนาพนักงานทั้งในด้านการพัฒนาความสามารถในการทำงานให้เป็นระดับมืออาชีพ นโยบายให้ความมั่นใจในคุณภาพชีวิตการทำงานอย่างเท่าเทียม ไม่คำนึงถึง เพศ สัญชาติ เชื้อชาติ ศาสนา มีนโยบายให้พนักงานได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสมทั้งในระยะสั้นและระยะยาวบริษัทมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสำหรับพนักงาน มีนโยบายการไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชนนอกจากนี้คณะกรรมการยังได้กำหนดนโยบายเกี่ยวกับความปลอดภัยและสุขอนามัยสำหรับพนักงานเปิดเผยสถิติการเกิดอุบัติเหตุและอัตราการเจ็บป่วยจากการทำงานประจำปีในรายงานการพัฒนาความยั่งยืน
  3. คู่ค้า คณะกรรมการได้กำหนดนโยบายเกี่ยวกับแนวปฏิบัติที่เกี่ยวกับคู่ค้าและเกณฑ์ในการคัดเลือกคู่ค้าอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรมและเปิดเผยให้เป็นที่รับทราบ
  4. คู่แข่ง คณะกรรมการได้กำหนดนโยบายเกี่ยวกับแนวปฏิบัติที่เกี่ยวกับคู่แข่งที่เป็นธรรมปฏิบัติตามกรอบกติกาของการแข่งขันที่ดีไม่ทำลายชื่อเสียงของคู่แข่งทางการค้าด้วยการกล่าวหาในทางร้ายโดยปราศจากซึ่งมูลความจริง และเปิดเผยการปฏิบัติไว้ให้เป็นที่รับทราบ
  5. เจ้าหนี้ คณะกรรมการได้กำหนดนโยบายเกี่ยวกับแนวปฏิบัติที่เกี่ยวกับการปฏิบัติต่อเจ้าหนี้อย่างลูกหนี้ที่ดีพึงกระทำ มีการบริหารเงินทุนการปฏิบัติเมื่อเกิดการผิดชำระหนี้ซึ่งจะมีการเปิดเผยการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่มีต่อเจ้าหนี้อย่างเคร่งครัด
  6. ลูกค้า คณะกรรมการได้กำหนดนโยบายเกี่ยวกับแนวปฏิบัติที่เกี่ยวกับลูกค้าอมตะมีความมุ่งมั่นในการสร้างความพึงพอใจและความมั่นใจให้กับลูกค้าเพื่อให้ได้รับผลิตภัณฑ์และการบริการที่ดีมีคุณภาพนอกจากนี้บริษัทยังมุ่งมั่นพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเพิ่มบริการต่างๆให้ครบวงจรเพื่อเป็นเมืองที่สมบูรณ์แบบ
  7. ชุมชนและสังคม อมตะมีนโยบายความปลอดภัยของสังคมสิ่งแวดล้อมและคุณภาพสังคมการใช้ชีวิตของชุมชน รวมทั้งยกระดับพัฒนาความเป็นอยู่ให้กับชุมชนและสังคมมีกิจกรรมและความช่วยเหลือ ให้แก่สังคมและชุมชนโดยมีคณะกรรมการและผู้บริหารเข้าร่วมกิจกรรมตลอดปี
  8. สิ่งแวดล้อม อมตะดำเนินธุรกิจพัฒนาที่ดินเพื่อการอุตสาหกรรม,สาธารณูปโภคและให้บริการแก่นักลงทุนจากต่างประเทศและในประเทศที่มาลงทุนประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมอย่างมีคุณภาพขณะเดียวกันก็ตระหนักถึงความสำคัญของการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการรักษาสภาพแวดล้อมของชุมชนอย่างจริงจัง จึงได้กำหนดนโยบายส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพโดยพนักงานบริษัทในกลุ่มอมตะต้องได้รับความรู้และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
  9. ช่องทางการติดต่อของผู้มีส่วนได้เสีย บริษัทได้เปิดช่องทางให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถแสดงความเห็นผ่านช่องทางการสื่อสารกับประธานกรรมการตรวจสอบ เพื่อให้ข้อแนะนำอันเป็นประโยชน์ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ บริษัทได้ ดังนี้
  10. จดหมายอิเลคโทรนิกส์:
    นายอนุชา สิหนาทกถากุล
    ประธานกรรมการตรวจสอบ
    บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน)
    2126 อาคารกรมดิษฐ์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310
    anucha@amata.com
    นางวราภรณ์ วัชรนุเคาระห์
    เลขานุการบริษัท
    บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน)
    2126 อาคารกรมดิษฐ์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310
    varaporn@amata.com
  11. ทั้งนี้ในกรณีที่เป็นการร้องเรียนหรือประเด็นที่อ่อนไหวอื่นๆบริษัทจะรักษาข้อมูลของผู้ ให้ข้อมูล และความเห็นต่างๆไว้เป็นความลับและจะมีการตอบกลับเป็นการส่วนตัวภายใน 15 วันนับจากวันที่ประธานกรรมการกำกับดูแลกิจการได้รับทราบข้อมูล

4. การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส (Disclosure and Transparency)

คณะกรรมการให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับอมตะทั้งข้อมูลทางการเงินและข้อมูลมิใช่ทางการเงินอย่างถูกต้องครบถ้วน ทันเวลาโปร่งใสผ่านช่องทางที่เข้าถึง ข้อมูลได้ง่ายและน่าเชื่อถือ แสดงให้เห็นถึงสภาพทางการเงินและการประกอบการที่แท้จริง และแสดงถึงผู้มีอำนาจที่แท้จริงของบริษัท เพราะเป็นสิทธิของนักลงทุนที่จะทราบโครงสร้างการ เป็นเจ้าของของกิจการที่ตนเข้าไปลงทุน

คณะกรรมการจึงมุ่งมั่นที่จะดูแลให้มีการปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ และระเบียบที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใสอย่างเคร่งครัด ดังนี้

  1. บริษัทเผยแพร่ข้อมูลตามเกณฑ์ที่กําหนด ผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์แบบแสดงรายการข้อมูลประจําปี (แบบ 56-1) และรายงานประจําปี (แบบ 56-2) รวมทั้งเผยแพร่ผ่านทาง website ของบริษัท ทั้งที่เป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษด้วย
  2. คณะกรรมการรายงานผลการปฏิบัติตามนโยบายกํากับดูแลกิจการผ่านทางแบบแสดงรายการข้อมูลประจําปี (แบบ 56-1) และรายงานประจําปี(แบบ 56-2)
  3. เพื่อให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุน เรื่องหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการ รายงานการเปิดเผยข้อมูล เกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดําเนินงานของอมตะที่ออก หลักทรัพย์ อมตะได้กําหนดให้มีการเปิดเผยข้อมูลผ่านแบบแสดงรายการข้อมูลประจําปี (แบบ56-1) ได้แก่
    1. ข้อมูลทั่วไป 7. โครงสร้างเงินทุน
    2. ปัจจัยความเสี่ยง 8. การจัดการ
    3. ลักษณะการประกอบธุรกิจ 9. การควบคุมภายใน
    4. การประกอบธุรกิจของแต่ละสายผลิตภัณฑ์ 10. รายการระหว่างกัน
    5. ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ 11. ฐานะการเงินและผลการดําเนินงาน
    6. ข้อพิพาททางกฎหมาย 12. ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง
  4. คณะกรรมการจัดให้มีรายงานความรับผิดชอบของคณะกรรมการต่อรายงานทางการเงินแสดงควบคู่ไปกับรายงานของผู้สอบบัญชีและจัดให้มีรายงานการกํากับดูแลกิจการของคณะกรรมการตรวจสอบในรายงานประจําปี(แบบ 56-2)
  5. คณะกรรมการมีการเปิดเผยรายชื่อและบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการและคณะกรรมการ ชุดย่อยจํานวนครั้งของการประชุม และจํานวนครั้งที่กรรมการเข้าร่วมประชุมในแต่ละปี
  6. คณะกรรมการจะเปิดเผยค่าตอบแทนแต่ละประเภทที่แต่ละคนได้รับรวมทั้งค่าตอบแทน จากการเป็นกรรมการบริษัทย่อยหรือหน้าที่อื่น เช่น ที่ปรึกษา รวมทั้งรายละเอียดค่าตอบแทนของผู้บริหาร 4 รายแรกนับจากกรรมการผู้อํานวยการ ไว้ในรายงานประจําปี (แบบ 56-2) และแบบแสดงรายการข้อมูลประจําปี (แบบ 56-1)
  7. การเปิดเผยข้อมูลและผู้มีอํานาจในการเปิดเผยข้อมูล
    1. การเปิดเผยข้อมูลตามข้อกําหนดของตลาดหลักทรัพย์
      • กําหนดให้มีหน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์เพื่อทําหน้าที่สื่อสารกับบุคคลภายนอกได้แก่ ผู้ถือหุ้น นักลงทุนสถาบัน นักลงทุนทั่วไป นักวิเคราะห์ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
        • (1) เปิดเผยสารสนเทศที่สําคัญให้ประชาชนทราบ
        • (2) เผยแพร่สารสนเทศต่อประชาชนอย่างทั่วถึง
        • (3) ชี้แจงกรณีที่มีข่าวลือหรือข่าวสารต่างๆ
        • (4) การดําเนินการเมื่อมีการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียน ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด
        • (5) การเปิดเผยในเชิงส่งเสริมที่ไม่มีเหตุอันควร
        • (6) การซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียน โดยใช้ข้อมูล ภายในได้อย่าง ถูกต้อง เพียงพอ ทันเวลา โปร่งใส เท่าเทียมและเป็นธรรม บริษัทกําหนดให้บุคคลผู้มีอํานาจในการให้ข้อมูลดังกล่าว ได้แก่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารหรือกรรมการบริหาร หรือ ผู้อำนวยการกลุ่มงานบัญชี
      • กําหนดให้บุคคลที่มีอํานาจในการประสานงานการเปิดเผยข้อมูลกับตลาดหลักทรัพย์ (Contact Person) ดังนี้
        • (1) การเปิดเผยสารสนเทศตามรอบระยะเวลาบัญชี ได้แก่ งบการเงินประจําปี และงบการเงินรายไตรมาส แบบแสดงรายการข้อมูลประจําปี (แบบ 56-1) รายงานประจําปี(แบบ 56-2) โดยรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการเงินและบัญชีหรือรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สํานักประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
        • (2) การเปิดเผยสารสนเทศตามเหตุการณ์ได้แก่ รายการได้มา/จําหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ รายการที่เกี่ยวโยง รายงานการทำรายการระหว่างกันที่สำคัญได้รับการพิจารณา และอนุมัติจากคณะกรรมการ กําหนดวันประชุมผู้ถือหุ้น การเปลี่ยนแปลง กรรมการและผู้สอบบัญชีการย้ายที่ตั้งสํานักงานใหญ่ รายงานการประชุมผู้ถือหุ้นและโครงการลงทุน เป็นต้น โดยผู้อำนวยการกลุ่มงานบัญชี
    2. การให้ข้อมูลข่าวสารทั่วไปสําหรับการบริหารองค์กร กับสื่อสารมวลชน โดยกําหนดให้ประธานมีหน้าที่ในการให้ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการองค์กรต่อสื่อสารมวลชน
    3. กําหนดบุคคลผู้ประสานงาน (Contact Person)กับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
      1. บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จํากัด กําหนดให้รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สํานักประธานเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร หรือเลขานุการบริษัทเป็นผู้ประสานงาน
      2. สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กําหนดให้เลขานุการบริษัทเป็นผู้ประสานงาน
  8. คณะกรรมการและผู้บริหาร มีการรายงานการถือหลักทรัพย์และการเปลี่ยนแปลงการถือ หลักทรัพย์เป็นไปตามเกณฑ์ของสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
  9. กรรมการ และผู้บริหาร 4 รายแรกนับจากประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มีหน้าที่ต้องจัดทํารายงานการมีส่วนได้เสียของตนเองและบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อประธานกรรมการบริษัท และประธานคณะกรรมการตรวจสอบตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์พ.ศ. 2551 มากไปกว่านั้นคณะกรรมการบริษัทได้มีนโยบาย ให้พนักงานระดับบริหาร ตําแหน่ง ผู้จัดการทั่วไปและผู้จัดการแผนกต้องจัดทํารายงานการมีส่วนได้เสียของตนเองและบุคคลที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การดําเนินงานเป็นไปด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม และเท่าเทียมกัน โดยรายงานให้คณะกรรมการตรวจสอบรับทราบรายไตรมาส
  10. กําหนดให้ กรรมการ ผู้บริหาร ต้องแจ้งให้บริษัททราบอย่างน้อย 1 วันล่วงหน้าก่อนทําการซื้อ/ ขายหลักทรัพย์ ผ่านเลขานุการบริษัทและรายงานให้ที่ประชุมคณะกรรมการทราบ รายไตรมาส
  11. คณะกรรมการจัดให้มีระบบบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องทุกด้าน ครอบคลุมปัจจัยความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับวิสัยทัศน์ เป้าหมาย กลยุทธ์ทางธุรกิจ การเงิน การผลิตและการปฏิบัติการด้านอื่นๆ พิจารณาถึงโอกาสที่จะเกิด และระดับความรุนแรงของผลกระทบ กําหนดมาตรการในการป้องกันแก้ไขและผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน รวมทั้งกําหนดมาตรการในการรายงานและการติดตามประเมินผล โดยจัดให้มีคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงในระดับจัดการ มีหน้าที่นําเสนอแผนงานและผลการปฏิบัติตามแผนต่อคณะกรรมการบริหาร เป็นประจํา
  12. คณะกรรมการจัดให้มีระบบการควบคุมภายในที่ครอบคลุมทุกด้านทั้งด้านการเงิน การปฏิบัติงาน การดําเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง และจัดให้มี กลไกการตรวจสอบและถ่วงดุลที่มีประสิทธิภาพเพียงพอในการปกป้องรักษาและดูแลเงินลงทุน ของผู้ถือหุ้นและสินทรัพย์ของบริษัทอยู่เสมอกําหนดระเบียบปฏิบัติเป็นลายลักษณ์อักษร มีหน่วยงานตรวจสอบภายในที่เป็นอิสระ รายงานตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบทําหน้าที่ ตรวจสอบการปฏิบัติงานของทุกหน่วยงานให้เป็นไปตามระเบียบที่วางไว้

เรื่องที่ควรจะเปิดเผยให้เป็นไปตามแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1 และแบบ 56-2)

  1. การเปิดเผยโครงสร้างผู้ถือหุ้นให้เปิดเผยโครงสร้างผู้ถือหุ้นแสดงถึงรายละเอียดสัดส่วนของผู้ถือหุ้นรายใหญ่และรายย่อยอย่างชัดเจน และเป็นข้อมูลที่ล่าสุดจำนวน Nominee ไม่ควรเกิน 5% นอกจากนั้นคณะกรรมการของอมตะต้องเปิดเผยการถือหุ้นทั้งทางตรงและทางอ้อม
  2. การเปิดเผยข้อมูลในรายงานประจำปีมีความครบถ้วน ชัดเจน และเป็นประโยชน์ต่อนักลงทุน/ผู้ถือหุ้น ตัวอย่างเช่น
    • เป้าหมายระยะยาวของบริษัท
    • การอธิบายเชิงวิเคาระห์ฐานะการเงินการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ปัจจัยที่มีต่อผลการดำเนินการเงิน ตัวชี้วัดผลการดำเนินงานที่มิใช่รูปการเงิน เช่นส่วนแบ่งการตลาด ระดับความพึงพอใจของลูกค้า
    • การวิเคราะห์ภาวะอุตสาหกรรมและการแข่งขัน รวมทั้งศักยภาพของอมตะในการแข่งขัน
    • การเปิดเผยสัดส่วนการถือหุ้นของโครงสร้างธุรกิจ
  3. การเปิดเผยถึงความเสี่ยงที่สำคัญที่สามารถกระทบธุรกิจและสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงได้ มีโอกาสจะเกิดขึ้นมากเพียงใด มีวิธีที่จะลดหรือป้องกันความเสี่ยงเหล่านี้อย่างไรบ้าง
  4. การเปิดเผยเรื่องของนโยบายต่างๆที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์จากผลประกอบการ เช่น
    • นโยบายการจ่ายเงินปันผล
    • นโยบายการแจ้งเบาะแสการกระทำผิด

      การเปิดเผยเรื่องเกี่ยวกับคณะกรรมการ เช่น

    • คุณสมบัติและการพัฒนาตนเอง
    • ค่าตอบแทนกรรมการ
    • การเข้าร่วมประชุม
    • การถือครองหุ้นและการซื้อขายของบริษัท
    1. การเปิดเผยข้อมูล
      • คณะกรรมการมีระบบที่ดูแลตรวจสอบว่าข้อมูลที่เปิดเผยต่อนักลงทุนถูกต้อง
      • คณะกรรมการให้มีรายงานนโยบายการกำกับดูแลกิจการ จรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจนโยบายด้านการบริหารความเสี่ยง และนโยบายการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคม ที่่ีได้ให้ความเห็นชอบไว้โดยสรุป และผลการปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าวรวมทั้งกรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามนโยบายต่างๆได้ พร้อมด้วยเหตุผล โดยรายงานผ่านรายงานประจำปีและเว็บไซต์ของบริษัท
      • คณะกรรมการให้จัดทำคำอธิบาย และการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ (Management DiscussionandAnalysisหรือ MD&A) เพื่อประกอบการเปิดเผยงบการเงินทุกไตรมาส ทั้งนี้ เพื่อให้นักลงทุนรับทราบและเข้าใจการเปลี่ยนแปลงฐานะการเงินของอมตะได้ดียิ่งขึ้น
      • คณะกรรมการให้มีการเปิดเผยค่าสอบบัญชี และค่าบริการอื่นที่ผู้สอบบัญชีให้บริการ
      • คณะกรรมการให้มีการเปิดเผยบทบาทและหน้าที่ของคณะกรรมการและคณะกรรมการชุดย่อย จำนวนครั้งของการประชุม และจำนวนครั้งที่กรรมการ แต่ละท่านเข้าประชุมในปีที่ผ่านมาและความเห็นจากการทำหน้าที่รวมถึงการฝึกอบรมและพัฒนาความรู้ด้านวิชาชีพอย่างต่อเนื่องของคณะกรรมการในรายงานประจำปี
      • คณะกรรมการให้มีการเปิดเผยนโยบายการจ่ายค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหารระดับสูง
    2. ข้อมูลที่เปิดเผยบนเว็บไซต์ของอมตะ

      ข้อมูลตามเกณฑ์กำหนดโดยตลาดหลักทรัพย์ฯและผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์ฯ แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี แบบ 56-1 ข้อมูลที่เปิดเผยบนเว็บไซต์ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ นอกจากนั้นยังมี

      • (1) วิสัยทัศน์และพันธกิจ
      • (2) ลักษณะประกอบธุรกิจ
      • (3) รายชื่อคณะกรรมการและผู้บริหาร
      • (4) งบการเงินและรายงานเกี่ยวกับฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงานทั้งฉบับปัจจุบัน และของปีก่อนหน้า
      • (5) ข้อมูลที่เสนอต่อนักวิเคราะห์ ผู้จัดการกองทุน หรือสื่อต่างๆ
      • (6) โครงสร้างการถือหุ้นทั้งทางตรงและทางอ้อม
      • (7) โครงสร้างกลุ่มบริษัท บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทร่วมค้า และ Special PurposeEnterprises/Vehicles (SPEs/SPVs)
      • (8) กลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ทั้งทางตรงและทางอ้อมที่ถือหุ้นตั้งแต่ร้อยละ 5 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดและมีสิทธิออกเสียง
      • (9) การถือหุ้นทั้งทางตรงและทางอ้อมของกรรมการผู้ถือหุ้นรายใหญ่ผู้บริหารระดับสูง
      • (10) หนังสือเชิญประชุมสามัญและวิสามัญผู้ถือหุ้น
      • (11) ข้อบังคับบริษัท หนังสือบริคณห์สนธิ และข้อตกลงของกลุ่มผู้ถือหุ้น(ถ้ามี)
      • (12) นโยบายกำกับดูแลกิจการ
      • (13) นโยบายบริหารความเสี่ยง
      • (14) กฎบัตร วาระดำรงตำแหน่ง ของกรรมการ
      • (15) กฎบัตร วาระดำรงตำแหน่ง ของคณะกรรมการชุดย่อย
      • (16) จรรยาบรรณสำหรับพนักงานและกรรมการ
      • (17) ข้อมูลที่สามารถติดต่อหน่วยงานหรือบุคคลที่รับผิดชอบงานนักลงทุนสัมพันธ์
5. ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ โครงสร้าง และคณะอนุกรรมการต่างๆ (The Responsibilities of the Board, Structure, and the Subcommittees)

คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยบุคคลซึ่งมีความรู้ความสามารถเป็นที่ยอมรับในระดับประเทศโดยเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายของบริษัทโดยร่วมกับผู้บริหารระดับสูงวางแผนการดำเนินงานทั้งระยะสั้นระยะยาวตลอดจนกำหนดนโยบายการเงินการบริหารความเสี่ยงและภาพรวมขององค์กรมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลตรวจสอบและประเมินผลการดำเนินงานของบริษัทและผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารระดับสูงให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้อย่างเป็นอิสระ

องค์ประกอบที่เอื้ออำนวยให้คณะกรรมการสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์คือ

โครงสร้างคณะกรรมการบริษัท

  1. คณะกรรมการบริษัทกำหนดโครงสร้างของคณะกรรมการให้ประกอบด้วยกรรมการที่มีคุุณสมบัติหลากหลายทั้งในด้านความรู้ประสบการณ์ ทักษะ ความสามารถเฉพาะด้านที่เป็นประโยชน์กับบริษัท
  2. คณะกรรมการประกอบด้วยบุคคลที่มีความรู้ประสบการณ์และความสามารถที่เพียงพอที่จะปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยมีจำนวน 7 คน
  3. ในคณะกรรมการของบริษัทมีกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร 1 คนที่มีประสบการณ์การทำงานในด้านนิคมอุตสาหกรรม ตรงกับธุรกิจของบริษัท
  4. คณะกรรมการมีกรรมการอิสระ 4 คน หรือเท่ากับ 57% ซึ่งสามารถให้ความเห็นเกี่ยวกับการทำงานของฝ่ายจัดการได้อย่างอิสระ
  5. คณะกรรมการกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการไว้คราวละ 3 ปี ในกรณีที่จะแต่งตั้งกรรมการนั้นให้ดํารงตําแหน่งต่อไป คณะกรรมการจะพิจารณาถึงความจำเป็นและนำเสนอต่อผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติ
  6. คณะกรรมการบริษัทกําหนดคุณสมบัติของ“กรรมการอิสระ”ให้เป็นไปตามข้อกําหนดของคณะกรรมการกำกับตลาดทุนเรื่องคุณสมบัติของกรรมการตรวจสอบ ดังนี้
    • (1) ถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 1 ของจํานวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอํานาจควบคุมของบริษัท ทั้งนี้ ให้นับรวมการถือหุ้นของผู้ที่เกี่ยวข้องของกรรมการอิสระรายนั้นๆ ด้วย
    • (2) ไม่เป็นหรือเคยเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมบริหารงาน ลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษาที่ได้เงินเดือนประจํา หรือผู้มีอํานาจควบคุมของบริษัทบริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทย่อยลําดับเดียวกัน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือของผู้มีอํานาจควบคุมของบริษัท เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี ทั้งนี้ ลักษณะต้องห้ามดังกล่าวไม่รวมถึงกรณีกรรมการอิสระที่เคยเป็นข้าราชการหรือที่ปรึกษาของส่วนราชการซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอํานาจควบคุมของบริษัท
    • (3) ไม่เป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิต หรือโดยการจดทะเบียนตามกฎหมาย ในลักษณะที่เป็น บิดามารดา คู่สมรส พี่น้อง และบุตร รวมทั้งคู่สมรสของบุตรของผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้มีอํานาจควบคุม หรือบุคคลที่จะได้รับการเสนอ ให้เป็นผู้บริหารหรือผู้มีอํานาจควบคุมของบริษัทหรือบริษัทย่อย
    • (4) ไม่มีหรือเคยมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือผู้มีอํานาจ ควบคุมของบริษัท ในลักษณะที่อาจเป็นการขัดขวางการใช้วิจารณญาณอย่างอิสระของตนรวมทั้งไม่เป็น หรือเคยเป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัยหรือผู้มีอํานาจควบคุมของผู้ที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัทบริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นใหญ่ หรือผู้มีอํานาจควบคุมของบริษัทเว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี
    • (5) ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นใหญ่ หรือผู้มีอํานาจควบคุมของ บริษัท และไม่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้มีอํานาจควบคุมหรือหุ้นส่วนของสํานักงานสอบบัญชี ซึ่งมีผู้สอบบัญชีของบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือผู้มีอํานาจควบคุมของบริษัทสังกัดอยู่ เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะ ดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี
    • (6) ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ให้บริการทางวิชาชีพใดๆ ซึ่งรวมถึงการให้บริการเป็นที่ปรึกษากฎหมายหรือที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งได้รับค่าบริการเกินกว่า 2 ล้านบาทต่อปีจากบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอํานาจ ควบคุมของบริษัท และไม่เป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย ผู้มีอํานาจควบคุม หรือหุ้นส่วนของผู้ให้บริการวิชาชีพนั้นด้วย เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี
    • (7) ไม่เป็นกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนของกรรมการของบริษัทผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท
    • (8) ไม่ประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันที่มีนัยกับกิจการของบริษัทหรือบริษัทย่อย หรือไม่เป็นหุ้นส่วนที่มีนัยในห้างหุ้นส่วนหรือเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมบริหารงาน ลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรีกษาที่รับเงินเดือนประจําหรือถือหุ้นเกินร้อยละ 1 ของจํานวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทอื่น ซึ่งประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันที่มีนัยกับกิจการของบริษัทหรือบริษัทย่อย
    • (9) ไม่มีลักษณะอื่นใดที่ทําให้ไม่สามารถให้ความเห็นอย่างเป็นอิสระเกี่ยวกับการดําเนินงานของบริษัท
  7. คณะกรรมการเป็นผู้คัดเลือกประธานคณะกรรมการและประธานคณะกรรมการต้องเป็นกรรมการอิสระ
  8. คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการให้กรรมการอิสระดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทจดทะเบียนอื่นได้ไม่เกิน 5 แห่งโดยพิจารณาถึงประสิทธภาพการทำงานของกรรมการที่ดำรงตำแหน่งหลายบริษัทเพื่อให้มั่นใจว่ากรรมการสามารถอุทิศเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ให้แก่ในบริษัทได้อย่างเพียงพอการดำรงตำแหน่งของกรรมการทุกแห่งต้องมีการเปิดเผยไว้บนเว็บไซต์และในรายงานประจำปี
  9. กรรมการที่เป็นผู้บริหารสามารถไปดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทจดทะเบียนอื่นไม่เกิน 2 แห่ง
  10. มีคุณสมบัติครบถ้วนและไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม พ.ร.บ.บริษัทมหาชนจำกัด และ พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ รวมทั้งไม่มีลักษณะที่แสดงถึงการขาดความเหมาะสมที่จะได้รับความไว้วางใจให้บริหารจัดการกิจการ

อำนาจอนุมัติของคณะกรรมการบริษัท

ให้เป็นไปตามนโยบายอำนาจที่สงวนไว้สำหรับกรรมการของบริษัทและโดยกฎหมายข้อบังคับของบริษัท คณะกรรมการบริษัทและมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นซึ่งรวมถึงการกำหนดและทบทวนวิสัยทัศน์กลยุทธ์อย่างน้อยทุกๆ 5 ปี และอนุมัติในการดำเนินงาน แผนหลักในการดำเนินงาน นโยบายในการบริหารความเสี่ยง แผนงบประมาณและแผนการดำเนินงานธุรกิจประจำปีการกำหนดเป้าหมายที่ต้องการของผลของการดำเนินงานการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้

การแบ่งแยกบทบาทหน้าที่ระหว่างคณะกรรมการบริษัทกับฝ่ายจัดการ

บริษัทได้แบ่งแยกบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบระหว่างคณะกรรมการบริษัทกับประธานเจ้าหน้าที่บริหารอย่างชัดเจน ดังนี้

  1. คณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัทให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์และข้อบังคับของบริษัทอนุมัติมติของที่ประชุมและนโยบายกำกับดูแลกิจการของบริษัท ซึ่งกรรมการต้องใช้การตัดสินใจด้วยความระมัดระวังและด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้น
  2. ฝ่ายจัดการมีหน้าที่ปฏิบัติงานประจำรับนโยบายจากคณะกรรมการไปปฏิบัติให้บรรลุเป้าหมายและกลยุทธ์ที่วางไว้

บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการ

เพื่อให้บริษัทสามารถเสริมสร้างความแข็งแกร่งในด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีได้อย่างมีประสิทธิภาพ คณะกรรมการบริษัทจึงมีบทบาทหน้าที่ที่สำคัญในเชิงรุกดังต่อไปนี้

  1. กำหนดวิสัยทัศน์ทิศทาง/ภารกิจและกลยุทธ์ของบริษัท ที่สนับสนุนการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมเเละสิ่งเเวดล้อมโดยร่วมกันแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ให้ความสำคัญในการแสวงหาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการกำหนดทิศทางดังกล่าวรวมถึงมีการพิจารณาประเด็นความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้บริหารจะสามารถนำวิสัยทัศน์ทิศทางและกลยุทธ์ที่กำหนดขึ้นไปปฏิบัติให้เกิดผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  2. ทบทวนและให้ความเห็นชอบกับกลยุทธ์และนโยบายที่สำคัญอย่างน้อยทุก 5 ปีรวมถึงวัตถุประสงค์ เป้าหมายทางการเงิน และแผนงานต่างๆของบริษัท พร้อมทั้งติดตามผู้บริหารให้มีการปฏิบัติตามแผนงานที่กำหนดไว้ ตามทิศทางและกลยุทธ์ขององค์กรอย่างสม่ำเสมอ
  3. กำหนดนโยบายบริหารความเสี่ยงจัดให้มีการประเมินถึงปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจเกิดขึ้นและกำหนดแนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงดังกล่าวอย่างครอบคลุม ดูแลให้คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงมีระบบหรือกระบวนการที่มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการความเสี่ยง รวมถึงการแสวงหาโอกาสทางธุรกิจที่อาจจะเกิดขึ้นจากความเสี่ยงดังกล่าว
  4. จัดให้มีระบบบัญชีการรายงานทางการเงินและการสอบบัญชีที่มีความน่าเชื่อถือ รวมทั้งดูแลให้มีกระบวนการในการประเมินความเหมาะสมของการควบคุมภายในและการตรวจสอบภายในตลอดจนระบบบริหารความเสี่ยง ที่มีประสิทธิภาพเเละประสิทธิผลและเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปี
  5. สอดส่องดูแลและจัดการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ที่อาจจะเกิดขึ้น รวมถึงรายการที่เกี่ยวโยงกัน ให้ความสำคัญในการพิจารณาธุรกรรมหลักที่มีความสำคัญโดยมุ่งเน้นให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียโดยรวมโดยจัดทำเป็นนโยบายเกี่ยวกับความขัดแย้งทางผลประโยชน์
  6. เปิดเผยนโยบายการจ่ายค่าตอบแทนประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ที่มีความเหมาะสม เพื่อก่อให้เกิดแรงจูงใจทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
  7. กําหนดนโยบายและวิธีปฏิบัติในการไปดำรงตำแหน่งกรรมการที่บริษัทอื่นของประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้บริหารระดับสูงของบริษัทได้ไม่เกิน 2 แห่ง โดยต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการก่อน
  8. ประเมินผลงานของประธานเจ้าหน้าที่บริหารเป็นประจำทุกปีเพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการกำหนดค่าตอบแทน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ให้สอดคล้องกับผลการปฏิบัติงาน
  9. จัดให้มีช่องทางในการสื่อสารกับผู้ถือหุ้นแต่ละกลุ่มอย่างเหมาะสม และมีการประเมินผลในด้านการเปิดเผยข้อมูลเพื่อให้มั่นใจว่า มีความถูกต้องชัดเจน โปร่งใส น่าเชื่อถือและมีมาตรฐานสูง
  10. เป็นผู้นำและเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติงานที่ดีสอดคล้องกับแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดี และแนวทางความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัท
  11. สนับสนุนให้บริษัทมีการดำเนินงานเพื่อต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อธุรกิจของบริษัทและผู้มีส่วนได้เสีย
  12. ให้จัดทำคู่มือจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจสำหรับ กรรมการ ผู้บริหารและพนักงาน
  13. กำหนดให้คู่มือจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจสำหรับ กรรมการ ผู้บริหารและพนักงานเป็นระเบียบที่กรรมการ ผู้บริหารและพนักงานจะต้องลงนามรับทราบและปฏิบัติตาม
  14. ส่งเสริมให้เกิดการปฏิบัติตามจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจนี้แก่กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และบุคคลภายนอกโดยการ
    • (1) แจกคู่มือจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจฉบับนี้ให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนเซ็นชื่อรับทราบเพื่อปฏิบัติ
    • (2) ประกาศคู่มือจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจอยู่ในระบบ Intranet ที่ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลได้
    • (3) ประกาศไว้บนเว็บไซต์ของบริษัท

การจัดตั้งคณะกรรมการชุดย่อย

เพื่อให้มีการพิจารณากลั่นกรองการดำเนินงานที่สำคัญอย่างรอบคอบและมีประสิทธิภาพ คณะกรรมการบริษัท จึงให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการชุดย่อยขึ้นตามความจำเป็นและเหมาะสม ปัจจุบันมีคณะกรรมการชุดย่อย 4 คณะดังต่อไปนี้

  1. คณะกรรมการตรวจสอบ โดยแต่งตั้งจากกรรมการบริษัทอย่างน้อย3 คน และต้องเป็นกรรมการอิสระทั้งหมดคณะกรรมการตรวจสอบต้องมีคุณสมบัติเกี่ยวกับความเป็นอิสระตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนเรื่องคุณสมบัติและขอบเขตการดำเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อทำหน้าที่สอบทาน/กำกับดูแลการดำเนิน งานของบริษัทดูแลรายงานทางการเงินระบบควบคุมภายในการคัดเลือกผู้ตรวจสอบบัญชีการพิจารณาข้อขัดแย้งทางผลประโยชน์รวมถึงความพอเพียงของการบริหารความเสี่ยงของบริษัท ทั้งนี้ต้องมีกรรมการอย่างน้อย 1 คน ที่มีความรู้ความเข้าใจ หรือมีประสบการณ์ด้านการบัญชีหรือการเงินอย่างเพียงพอที่จะทำหน้าที่สอบทานความน่าเชื่อถือของงบการเงินและมีการพัฒนาความรู้ด้านการบัญชีหรือการเงินอย่างต่อเนื่องสามารถทำหน้าที่ในการสอบทานความน่าเชื่อถือของงบการเงิน (รายละเอียดกฎบัตรคณะกรรมการตรวจสอบ - ส่วนกฎบัตร)
  2. คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยแต่งตั้งจากกรรมการบริษัท อย่างน้อย 3 คน และอย่างน้อย 1 คน ต้องเป็นกรรมการอิสระ เพื่อทำหน้าที่พิจารณาเสนอแนวปฏิบัติและให้คำแนะนำด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีต่อคณะกรรมการบริษัท และกำกับดูแลการดำเนินงานด้านกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางที่คณะกรรมการบริษัท กำหนด (รายละเอียดกฎบัตรคณะกรรมการ กำกับดูแลกิจการที่ดี - ส่วนกฎบัตร)
  3. คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน โดยแต่งตั้งจาก กรรมการบริษัทอย่างน้อย 3 คน และต้องเป็น กรรมการอิสระ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประธานคณะกรรมการสรรหาและค่าตอบแทน เพื่อคัดเลือกบุคคลที่สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โดยมีการกำหนดวิธีการสรรหาอย่างมีหลักเกณฑ์และโปร่งใส และเพื่อทำหน้าที่พิจารณาแนวทางการกำหนดค่าตอบแทนให้แก่ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ค่าตอบแทนที่เป็นธรรมและสมเหตุสมผล เพื่อเสนอคณะกรรมการบริษัท เสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติ (รายละเอียดกฎบัตร คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน - ส่วนกฎบัตร)
  4. คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง โดยแต่งตั้งจากผู้บริหารอย่างน้อย 3 คน คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงประกอบด้วยผู้บริหารของบริษัทที่เป็นตัวแทนของหน่วยงานทุกหน่วย ได้รับการแต่งตั้งจากประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โดยมีประธานเจ้าหน้าที่บริหารหรือผู้บริหารที่ประธานเจ้าหน้าที่แต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ พร้อมกับแต่งตั้งผู้บริหารหรือพนักงานหนึ่งคน เป็นเลขานุการคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง…ความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร พิจารณาหลักการเครื่องมือทางการประเมินความเสี่ยงมีการติดตามและประเมินผล สนับสนุนให้สอดคล้องกับแผนธุรกิจ มีการรายงานความเสี่ยงต่อคณะกรรมการอมตะเพื่อทราบเป็นประจำ

การปฐมนิเทศกรรมการใหม่

ในการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะคณะกรรมการบริษัท กรรมการควรจะต้องทราบถึงลักษณะการดำเนินธุรกิจของบริษัท ดังนั้นในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงหรือมีกรรมการเข้ารับตำแหน่งใหม่ บริษัทจะมีการปฐมนิเทศกรรมการใหม่ เพื่อแนะนำให้รับทราบลักษณะและแนวทางการดำเนินงานในภาพรวมของบริษัท รวมทั้งให้ข้อมูลสารสนเทศที่สำคัญ และจำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการ รวมทั้งแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการที่ดีซึ่งรวมถึง

  1. โครงสร้างของคณะกรรมการ นโยบาย กระบวนการและขั้นตอนการทำงาน
  2. กลยุทธ์ แผนประจำปี KPIs และงบประมาณ
  3. โครงสร้างของบริษัทและฝ่ายจัดการ
  4. นโยบายในระดับปฏิบัติการที่คณะกรรมการได้อนุมัติไปแล้ว
  5. ลักษณะงานของฝ่ายปฏิบัติการ

    กรรมการใหม่ควรได้รับ

  • (1) คู่มือกรรมการ
  • (2) พบกับคณะกรรมการอย่างไม่เป็นทางการเพื่อพูดคุย/ถามถึงเรื่องที่เป็นประเด็นสำคัญ
  • (3) พบกับประธานเจ้าหน้าที่บริหารพูดคุยเรื่องทิศทางอนาคตของบริษัท เรื่องทั่วไปทั้งภายนอกและภายในบริษัท ที่อาจมีผลกระทบต่อบริษัทได้
  • (4) พบกับประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินทำความเข้าใจเรื่องการเงิน ปัญหา หรือมีคำถามใดๆ
  • (5) พบกับเลขานุการบริษัทพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องการกำกับดูแลกิจการ
  • (6) พบกับผู้บริหารระดับสูงพูดคุยเรื่องงานที่ฝ่ายนั้นๆรับผิดชอบ มีปัญหาอะไรบ้าง
  • ทั้งนี้ เลขานุการบริษัทเป็นผู้รับผิดชอบจัดการปฐมนิเทศ

การประชุมคณะกรรมการบริษัท

  1. ถือเป็นหน้าที่สำคัญในฐานะกรรมการบริษัทที่ต้องเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริษัทอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรับทราบและร่วมกันตัดสินใจในการดำเนินธุรกิจของบริษัท โดยในแต่ละปีจะมีการจัดประชุมอย่างน้อย 6 ครั้ง อาจมีการประชุมครั้งพิเศษเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาเรื่องที่มีความสำคัญเร่งด่วน
  2. แต่ละปีจะมีการกำหนดตารางและวาระการประชุมล่วงหน้าไว้ชัดเจน
  3. คณะกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารมีการประชุมระหว่างกันเองโดยไม่มีผู้บริหารเข้าร่วมเพื่ออภิปรายปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับการจัดการที่อยู่ในความสนใจ โดยไม่มีฝ่ายจัดการร่วมด้วย และรายงานให้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารทราบถึงผลการประชุมอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  4. คณะกรรมการมีหน้าที่เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของการประชุมคณะกรรมการทั้งหมดในรอบปี
  5. ในการประชุมคณะกรรมการสามารถจะลงมติได้เมื่อมีจำนวนกรรมการขั้นต่ำอยู่ไม่น้อยกว่า 2ใน 3 จึงถือว่าครบองค์ประชุม ในอดีตมีการปฏิบัติและเปิดเผยแต่ไม่มีการรายงาน
  6. กรรมการทุกคนมีสัดส่วนของการเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการอย่างน้อยร้อยละ 75 ของการประชุมทั้งปี
  7. ในการประชุม ประธานกรรมการบริษัท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และเลขานุการบริษัทเป็นผู้ร่วมกันกำหนดวาระการประชุมประจำปี และพิจารณาเรื่องเข้าวาระการประชุมคณะกรรมการบริษัทโดยเปิดโอกาสให้กรรมการแต่ละคน สามารถเสนอเรื่องต่างๆ เพื่อเข้ารับการพิจารณาเป็นวาระการประชุมได้
  8. เอกสารประกอบวาระประชุมล่วงหน้าจะส่งออกเพื่อให้กรรมการบริษัทมีเวลาที่จะศึกษาข้อมูลในวาระต่างๆ ไม่น้อยกว่า 5 วันทำการก่อนวันประชุมคณะกรรมการ
  9. ในการพิจารณาเรื่องต่างๆ ประธานกรรมการบริษัทซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมได้เปิดโอกาสให้กรรมการแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระ ทั้งนี้ ในการลงมติให้ถือตามเสียงข้างมาก โดยให้กรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งเสียง และกรรมการที่มีส่วนได้เสียจะไม่เข้าร่วมประชุมและ/หรือไม่ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนในเรื่องนั้น ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันประธานในที่ประชุมจะออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียง เพื่อเป็นเสียงชี้ขาด
  10. ในการประชุมคณะกรรมการบริษัทผู้บริหารระดับสูงได้เข้าร่วมด้วยเพื่อให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์และรับทราบนโยบายโดยตรง เพื่อให้สามารถนำไปปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ เว้นแต่ในบางวาระที่ประชุมเฉพาะคณะกรรมการบริษัท หรือเฉพาะคณะกรรมการบริษัทที่ไม่เป็นผู้บริหาร ทั้งนี้เพื่อความเป็นอิสระในการพิจารณาเรื่องต่างๆ ของคณะกรรมการ
  11. เมื่อสิ้นสุดการประชุม เลขานุการบริษัทเป็นผู้ที่มีหน้าที่จัดทำรายงานการประชุม และจัดส่งให้ประธานกรรมการบริษัทพิจารณาลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องโดยเสนอให้ที่ประชุมรับรองในวาระแรกของการประชุมครั้งถัดไป ทั้งนี้กรรมการบริษัทสามารถแสดง ความคิดเห็นขอแก้ไขเพิ่มเติมรายงานการประชุมให้มีความละเอียด ถูกต้องมากที่สุดได้ภาย ใน 14 วันทำการ
  12. รายงานการประชุมที่รับรองโดยที่ประชุมแล้วจะถูกจัดเก็บอย่างเป็นระบบในรูปแบบของเอกสารชั้นความลับของบริษัท ณ สำนักงานบริษัท และจัดเก็บในรูปแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์พร้อมกับเอกสารแนบประกอบวาระการประชุมต่างๆ เพื่อสะดวกในการสืบค้นอ้างอิง

การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ

คณะกรรมการกําหนดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทเป็นประจําทุกปี เพื่อพิจารณาผลการดําเนินงาน และการกํากับดูแลให้มีการกําหนด และ/หรือดําเนินการปรับปรุงแก้ไขได้อย่างเพียงพอ

  1. คณะกรรมการและคณะกรรมการชุดย่อยควรประเมินผลการปฏิบัติงานด้วยตนเองอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อให้คณะกรรมการร่วมกันพิจารณาผลงานและข้อที่อาจพัฒนาให้ดีขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธผลของคณะกรรมการและคณะกรรมการชุดย่อย
  2. การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการควรประเมินทั้งคณะและรายบุคคลรวมทั้งประธานกรรมการมีการเปิดเผยหลักเกณฑ์ ขั้นตอนและผลการประเมินภาพรวมไว้ในรายงานประจำปี
  3. บริษัทควรจัดให้มีที่ปรึกษาภายนอกมาช่วยในการกําหนดแนวทางและเสนอแนะคำถามในการประเมิน ซึ่งจะได้ผลอย่างตรงไปตรงมาไม่เอนเอียงและมีการนำผลที่ได้ไปเปรียบเทียบกับมาตรฐาน ทำให้เกิดการพัฒนาที่แท้จริง การประเมินโดยที่ปรึกษาภายนอกทำทุกๆ 3 ปี และมีการเปิดเผยการดำเนินการและแผนการพัฒนาไว้ในรายงานประจำปี

การพัฒนากรรมการ

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการชุดต่างๆ บริษัทสนับสนุนให้คณะกรรมการบริษัท และผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมสัมมนาหลักสูตรที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคณะกรรมการบริษัท และผู้บริหารระดับสูงขององค์กรต่างๆอยู่เสมอ ทั้งหลักสูตรที่จัดโดยหน่วยงานที่ดูแลการฝึกอบรมพนักงานของบริษัท และหลักสูตรที่จัดโดยหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐ หรือองค์กรอิสระ เช่น หลักสูตรกรรมการบริษัทของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทยที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนดให้กรรมการของบริษัทจดทะเบียนต้องผ่านการอบรมอย่างน้อยหนึ่งหลักสูตร ซึ่งได้แก่ Directors Certification Program (DCP), Directors Accreditation Program (DAP) และ Audit Committee Program

การดูแลให้มีการปฏิบัติตามและการทบทวน

คณะกรรมการจะดูแลให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ปฏิบัติตามแนวปฏิบัติที่ดีของคู่มือนโยบายการกํากับดูแลกิจการอย่างเคร่งครัดเพื่อยกระดับและพัฒนาคุณภาพการกํากับดูแลกิจการของอมตะอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นคงและยั่งยืนให้กับอมตะ ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มคณะกรรมการและคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการกําหนดให้มีการทบทวนคู่มือ“นโยบายการกํากับดูแลกิจการ” เป็นประจําทุกปี

เลขานุการบริษัท

คณะกรรมการเป็นผู้แต่งตั้งเลขานุการบริษัทเพื่อทำหน้าที่ให้การสนับสนุนการจัดเตรียมระเบียบวาระการประชุม ทำหนังสือเชิญประชุมดูแลและจัดการประชุมคณะกรรมการบริษัทคณะอนุกรรมการชุดต่างๆและการประชุมผู้ถือหุ้น รวมทั้งจัดทำรายงานการประชุมคณะกรรมการบริษัทและคณะอนุกรรมการต่างๆ รายงานการประชุมผู้ถือหุ้น รายงานประจำปี ตลอดจนจัดเก็บเอกสารตามที่กฎหมายกำหนดและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของคณะกรรมการให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับและระเบียบต่างๆที่เกี่ยวข้องอีกทั้งดูแลให้กรรมการและบริษัทมีการเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศอย่างถูกต้องครบถ้วนและโปร่งใส ประสานงานให้มีการปฏิบัติตามมติคณะกรรมการและรายงานให้แก่คณะกรรมการรับทราบ



หัวข้อ วันที่ PDF
คู่มือการกำกับดูแลกิจการที่ดี 14 มิถุนายน 2559 ดาวน์โหลด